เราไม่ได้เสียน้ำตาให้กับคิงคองอย่างที่คิด ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อาจเป็นเพราะภาวะจิตใจของเราเองมั้งที่มีหลายอย่างให้คิดด้วยและอาจเป็นเพราะตอนที่เราไปดู เราไดนั่งใกล้เด็กคนหนึ่งซึ่งเขาจะบอกให้เรารู้ว่าเดี๋ยวจะเกิดอะไรขึ้น เช่นตอนที่ตัวนางเอกทำท่าตลกๆให้คิงคองดูตอนแรกๆ เด็กก็บอกว่า “คิงคองหัวเราะ” หรือตอนที่คิงคองพานางเอกไปนั่งตรงหน้าผา ก็บอกว่า “ คิงคองพาผู้หญิงเข้าบ้าน” เป็นงัยละ ร้องให้ได้ตายละ มีแต่หัวเราะนะสิ
เป็นงัยละ การไปดูหนังเด็กก็ต้องเจอบรรยากาศอย่างนี้แหละ เราว่าเด็กเขาเข้าใจการนำเสนอดีกว่าเราอีกนะ เพราะอย่างตอนที่เขาบอกว่าคิงคองหัวเราะ ตอนนั่นเรายังมองไม่ออกเลย จนเด็กบอกนั่นแหละถึงรู้ แล้วเริ่มเห็นชัดขึ้น
พูดถึงเด็กเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปช่วยงานวันเด็กที่สถาบันฯมา ซึ่งจัดทุกปี ที่จริงแล้วเราก็ไม่ได้ช่วยมากหรอกปีนี้แค่ไปหยิบๆจับๆอะไรนิดหน่อย ไม่เหมือนปีก่อนๆที่เต็มที่กับมัน ปีนี้เลยกลายเป็นผู้ชมเสียมากกว่า งานก็ยังดูใหญ่พอสมควร แล้วก็มีเด็กมาร่วมงานเยอะแยะเลย เราไปกะหลานภู ซึ่งชอบฟังพี่ๆเขาเล่านิทานประกวดกัน มันให้ความรู้สึกดีกับเราเหมือนกัน ให้นึกถึงตอนเราเด็กๆ วันเด็กเป็นอะไรที่เรารู้สึกมีความสุข เราว่าเด็กส่วนใหญ่ก็คงเป็นอย่างนั่น เราสังเกตดูเด็กๆที่มาในงานดูพวกเขามีสีหน้ายิ้มแย้มกันทั้งนั้นเลย นี่แหละโลกของเด็กสดใสเสมอ แล้วยิ่งเขาได้รับการสนใจ ส่งเสริมในสิ่งดีๆ แล้ว อย่างน้อยมันคงทำให้เขามีพื้นฐานจิตใจที่เข็มแข็งไว้ต่อสู้กับสิ่งต่างๆที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาได้ในอนาคตเราว่าเด็กแต่ละคนคงเตรียมตัวมาสำหรับงานของพวกเขากันมากเหมือนกัน อย่างเด็กๆที่มาเล่านิทานประกวดกัน ก็มีตั้งแต่เด็กประถมหนึ่ง สอง จนถึง หก ดูแต่ละคนพกความตั้งใจมาเต็มร้อยเลยละ แล้วก็เล่าได้สนุกสนานกันที่เดียวอย่างน้อยน้องภูก็ชอบจนไม่ยอมลุกไปไหนเลย

เกมส์ต่างๆที่จัดให้เด็กๆมาเล่นล่ารางวัล เป็นอีกอย่างที่เด็กๆชอบมาก เราว่าอย่างน้อยเด็กจะได้จะมีหรือไม่มีอะไรในวันอื่นๆ แต่วันเด็กก็น่าจะเป็นวันที่เด็กๆควรได้รีวอดร์ ให้กับชีวิตของพวกเขา เพราะงั้นเล่นอย่างไรก็ได้รางวัลกลับบ้านไปทุกคนแน่นอน แล้วอย่างนี้จะไม่แฮปปี้ทั้งคนให้และคนรับได้อย่างไร
เราเลยได้อนิสงค์จากเด็กเลยได้ดูคิงคอง ในราคาเด็กไป เพราะใครมาดูช่วงนี้ก็ได้ราคานี้หมด แต่ดูว่าเด็กจะน้อยมากส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่นะ
No comments:
Post a Comment