
วันเกิดนั้นสำคัญไฉน คำตอบก็คือไม่รู้เหมือนกันอ่ะ รู้แต่ช่วงที่ผ่านมาหลายๆคนรอบๆตัวเราใช้วันเกิดในการดูดวงกันรวมทั้งเราด้วย ก็สนุกสนานกันไปตามระเบียบ แล้วแต่ใครจะคิดกับสิ่งที่เขาพูดมามากน้อยแค่ไหน สำหรับเราก็แค่ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ประมาณนั้น เมื่อก่อนเราเคยแอนตี้มากๆประเภทเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่เชื่อเรื่องดวงชะตามากมาย ก็แปลกดี
เดือนนี้เป็นเดือนเกิดของเพื่อนเราสองคน แต่ก็แปลกนะ คนรอบๆตัวเราเกิดเดือนกุมภา-มีนา กันหลายคนมากเลย แล้วดูๆไปคนส่วนใหญ่ที่เราสนิทด้วยก็มีสองช่วงก็คือ กุมภา-มีนา กับ พฤศจิกา-ธันวา อีกช่วงหนึ่ง อันนี้ที่เป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นที่สนิทด้วยก็มีแต่ไม่มากนัก วันก่อนเราไปงานวันปีใหม่จีนบ้านอัลเฟรด้า เขาก็พูดเรื่องนี้กัน ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาก็เกิดช่วงเดือนนี้กัน มหัศจรรย์ดีแท้
เริ่มแรกมนุษย์ไม่มีการบันทึกเวลา ก็ไม่เคยมีใครสนใจเรื่องวันสำคัญต่างๆ จนเมื่อเริ่มมีการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของพระจันทร์ มีความสนใจเรื่องของฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงและวนเวียนช้ำไปช้ำมาอยู่อย่างนั้น และจนเกิดมีปฏิทินขึ้นในที่สุดเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวันเวลาชัดเจนขึ้น และนี่เองที่ทำให้เกิดการฉลองวันเกิดและวันสำคัญอื่นๆตามมา
เมื่อก่อนคนจะเชื่อในเรื่องของวิญญาณชั่วร้าย ว่าจะมีอิทธิพลมากโดยเฉพาะในวันเกิด เลยเป็นที่มาในการฉลองวันเกิดขึ้นในครอบครัวและเพื่อนฝูง เพื่อจะได้อยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความสนุกสนานเพื่อเป็นการป้องกันวิญญาณชั่วร้ายที่จะเข้ามา ไม่ใช่เป็นการให้ของขวัญจากผู้มาร่วมแต่เป็นความรู้สึกดีดีและความปรารถนาดีที่มีเพื่อให้เจ้าของวันเกิดมีความสุข
ในช่วงแรกๆไม่มีการฉลองวันเกิดมากนัก จะมีก็จะเป็นของพระมหากษัตริย์ บุคคลชั้นสูง หรือผู้มีฐานะ ผู้คนทั่วไปและเด็กๆไม่มีการฉลองกันเลย แต่ในที่สุดการฉลองวันเกิดก็กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก กับคนทุกเพศ วัย ไม่ว่ารวย จน เหมือนเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
อย่างไรก็ตามในแต่ละประเทศก็มีการฉลองที่ต่างๆกันออกไปเช่น
อียิป ก็จะฉลองด้วยการเต้นรำ ร้องเพลง เมื่อเด็กอายุครบหนึ่งปี และบ้านมีการประดับประดาด้วยดอกไม้และผลไม้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตและการเจริญเติบโต
อิสราเอล เขาก็จะให้เด็กนั่งบนเก้าอี้ ที่ประดับด้วยดอกไม้สด แล้วคนในครอบครัวและเพื่อนๆอยู่รอบๆเก้าอี้ แล้วยกและชูขึ้นเท่ากับจำนวนอายุและบวกอีกหนึ่งเพื่อความโชคดี (ดีนะที่ทำเฉพาะในเด็กๆถ้าทำในคนโต สงสารคนในครอบครัวกะเพื่อนๆจัง)
เดนมาร์ก มีการโบกธงชาติหน้าบ้าน เพื่อให้คนรู้ว่าบ้านนี้มีคนเกิดวันนี้ และเมื่อเด็กหลับก็จะมีการนำของขวัญไปวางไว้รอบๆเตียงเพื่อที่เด็กตื่นมาจะได้เห็นของขวัญเลย
นอรเวย์ เด็กๆก็จะมีการเต้นรำกะเพื่อนในชั้นเรียน เพื่อนๆที่เหลือก็ร้องเพลง Happy birthday ไป นอกจากนั้นยังมีการแขวนธงชาติไว้นอกบ้านด้วย และถ้าเป็นวันเกิดของบุคคลสำคัญ ตามถนนหนทางก็จะประดับด้วยธงชาติ (รักชาติดีเนอะ)
อเมริกา เด็กอเมริกาส่วนใหญ่ฉลองวันเกิดโดยการมีเค้กที่มีเทียนจุดไฟ และจำนวนเทียนก็หมายถึงอายุของเจ้าของวันเกิด แล้วเจ้าของวันเกิดหันหน้าหาเค้กแล้วอธิฐาน(โดยไม่ให้ใครรู้.. อธิฐานดังๆเนี่ยไม่ได้นะ) แล้วเป่าเทียน ถ้าเทียนดับหมดทุกอันจากการเป่าครั้งเดียว เขาเชื่อว่าผู้นั้นจะสมหวังในสิ่งที่อธิฐานไว้
และการร้องเพลง happy birthday to you ก็มีมานานแล้วซึ่งเขียนโดยสองพี่น้องชาวอเมริกานั้นเองในปี 1893 นะ และการส่งการ์ดอวยพรที่เกิดขึ้นในอังกฤษมาร้อยกว่าปี และเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน
เป็นงัยละแต่ละชาติภาษาก็มีการฉลองที่ต่างกันออกไปแต่ก็เพื่อความสุขของคนที่เกิดวันนั้นนั่นเอง เราว่าน่ารักดีออกเนอะกับการแสดงออกที่แตกต่างกันเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน สำหรับเราเองออกจะให้ความสำคัญกับวันเกิดตัวเองน้อยมากๆ บางปีเราลืมด้วยซ้ำ จนมีเพื่อนหรือที่บ้านโทรมานั่นแหละ ถึงจะถึงบางอ้อ วันเกิดเราหรือเนี่ย แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอก เพราะจะมีการเตือนล่วงหน้าจากคนรอบๆตัวอยู่เหมือนกันว่า จะถึงวันเกิดแกแล้วนะ แต่เราชอบจำวันเกิดของคนอื่นนะ (แต่ด้วยความเป็นคนขี้ลืมก็จะพยายามจดไว้ เพราะเมื่อไหร่ไม่จดลืมหมด ไม่เหลือละ ) เราเชื่อว่าทุกคนจะมีความสุขถ้ามีใครจำวันเกิดเราได้ ไม่จำเป็นต้องมีของขวัญ แต่แค่บอกให้เขารู้ด้วยวิธีไหนก็ได้ ว่าเราจำได้นะ และอยากให้เธอมีความสุขแค่นั้นก็เกินพอ
กลัวหายไปนานเกินเลยรีบมาเขียนนะ ช่วงนี้ทำแลบทุกวันเลยตั้งเช้าจรดเย็น หยุดวันอาทิตย์วันเดียวเอง ก็ขยันๆไว้ก่อนจะได้มีเวลาทัวร์ด้วยงัยเนอะ
2 comments:
ใช่แล้ว เดือนมีนาคนเกิดเยอะ ผมด้วยไง
วันที่ 8 มีนานะครับ
พูดถึงนอรเวย์ เขาใช้ธงชาติเขาพร่ำเพรื่อมากๆ คืออย่างแรก เขาใช้ประดับบ้าน บ้านส่วนใหญ่มักจะมีเสาอยู่ตรงจั่วบ้านเหมือนเป็นเสาอากาศ แต่จริงๆ เอาไว้แขวนธงชาติผืนเล็กๆ เวลามีเทศกาลวันหยุดก็จะเอาสายรุ้ง(ที่คนไทยใช้ประดับมีสีต่างๆ) ที่เป็นลายธงชาติมาประดับ วันเกิดวันอะไรเขาก็ใช้สายนี้ประดับทั้งนั้น บางบ้านมีเสาไม่ได้ ต้องเอาธงมาแขวน ราวตากผ้ายังแขวนธงได้เลย ส่วนธงที่แขวนไม่ใช่ธงชาตินะ แต่เป็นธงประจำเชื้อชาติ ซึ่งเป็นธงสามเหลี่ยมแล้วก็มีแถบแดง-ขาว-น้ำเงิน-ขาว-แดง เหมือนธงชาติไทยเป๊ะ ต่างกันแค่เป็นสามเหลี่ยมยาวๆ ตอนแรกพี่แดงเขาเป็นคนทักว่าคนนอรเวย์ชอบประดับธงชาติไทยที่บ้านเมืองเขา เหมือนจริงๆ
ความจริงพวกประเทศสแกนเขาค่อนข้างรักชาติ ในแง่ที่ชอบโชว์ธงมากกว่า อย่างเดนมาร์กเขาภูมิใจว่าเป็นประเทศที่คิดธงชาติขึ้นประเทศแรก (จริงๆ) และก็สวีเดนเป็นประเทศที่ธงสีสวยที่สุด เขาไม่ค่อยใช้ธงแต่จะใช้สีฟ้าเหลืองเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศ (มีประเทศเดียวที่ธงใช้สีแปร๋นๆ อย่างนั้น)เวลาจัดงานคนก็จะใส่เสื้อผ้าสีธงของเขา แล้วก็ประดับธงเหมือนประเทศสแกนอื่นๆ
ที่พวกสแกนเขาประดับธงกันเยอะเพราะใช้แบ่งแยกเอกลักษณ์แต่ละประเทศแหละ ภาษาก็คล้ายกัน หน้าตาก็เหมือนกัน ภูมิอากาศก็เหมือนกัน มันก็ต้องหาอะไรมาให้ดูรู้บ้างว่านี่ประเทศอะไร
ขอบคุณนะสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม...เยอะดีจัง
สำหรับวันเกิดคราวนี้คงยากจะลืม...
Post a Comment