Saturday, November 12, 2005

กลับบ้าน

กลับมาอยู่กรุงเทพฯก็เกือบสองอาทิตย์แล้ว เลยไม่ค่อยได้เขียนอะไรเลย ทุกอย่างดูมันยุ่งๆไปหมดแล้วก็ไม่ค่อยอยากเขียนเท่าไหร่ กลับมาใหม่ๆก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ชินกับบรรยากาศหรืออะไรก็ไม่รู้บอกไม่ถูก มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ อาจเพราะที่นี่มีการเปลี่ยนแปลงมั้ง เพื่อนสนิทเราก็ย้ายออกจากคอนโดที่อยู่ห้องติดกันไปอยู่บ้านใหม่ แต่ก็ไม่ไกลมาก ตอนเย็นก็ยังไปทานข้าวกันเหมือนเดิมพร้อมลูกชายสุดเลิฟของเรา (ขี้ตู๋เอานะ) แต่ก็ยังรู้สึกดีที่เพื่อนๆที่ไปอยู่เมืองนอกกลับกันมาช่วงนี้เหมือนกัน เลยได้รวมกลุ่มกันอีกครั้ง เรามีชื่อกลุ่มกันว่า “เข้าแก็งไหนหัวหน้าตายหมด” เรื่องก็เกิดจากตอนเรียนโทด้วยกัน พวกเราทำเอาอาจารย์ที่เป็นบอสเราจากที่ดูดีมากๆเป็นโทรมสุดๆก็กลุ่มเรานี้แหละเลยต้องย้ายกลับประเทศไป (ด้วยเหตุผลอื่นนะ) เราอยู่ศาลายาสามสี่วัน ให้เวลากับเพื่อนๆพอควร และจัดการธุระเสร็จก็กลับบ้านที่ใต้ คราวนี้ต่างหากที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ มันเป็นความรู้สึกอย่างนี้ทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน ความรัก ความอบอุ่น มันล้อมรอบตัวเราไปหมด เราคิดว่าทุกคนเวลาไปอยู่ไกลบ้านแล้วได้กลับบ้านคงรู้สึกเหมือนเรา ถึงแม้บางอย่างในชีวิตมันจะหายไปแต่มันสามารถทดแทนได้ ด้วยความรัก ความอบอุ่นที่ได้รับจากครอบครัว เราไม่ได้เขียนให้อิจฉากันหรอกนะ แค่อยากบอกนะ.. ใครบางคนที่ตอนนี้อยากกลับบ้านก็อ่านของเราไปก่อนนะ รอให้งานวิจัยสำเร็จก่อนค่อยกลับละกันนะนะ เราเยี่ยมบ้านเผื่อให้ละกัน แล้วก็จะไปทานอาหารเผื่อให้ด้วย นี่ใจดีสุดๆไปเลย…

แต่ที่บ้านก็มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน นั้นก็คือตอนนี้พ่อกะพี่สาวกำลังบ้าต้นไม้กันอย่างมากทั้งไม้ดอกไม้ประดับ เราเลยได้เห็นการเปลี่ยนแปลงคือต้นไม้เต็มบ้านไปหมดเลย แต่เราชอบนะ

เลยถ่ายรูปมาให้ดู เป็น ตัวอย่าง แต่เราก็เหมือนเดิมแหละคือไม่ค่อยรู้จักชื่อต้นไม้เหมือนเดิม ถ้าใครรู้จักเราดีก็จะรู้ว่าเรารู้เรื่องนี้น้อยมาก บางครั้งรู้แล้วก็จำไม่ได้ หรือไม่ก็จำผิด เพราะงั้นให้ดูรูปเฉยๆ ไม่มีชื่อละกัน เดี๋ยวผิดอีกนะ ไม่รู้เป็นไร แล้วยังถ่ายรูปมุมโปรดที่เราชอบนั่งอ่านหนังสือเวลาอยู่บ้านมาให้ดูด้วย ก็อยู่ข้างๆบ้านนั้นแหละ อ๋อคราวนี้ได้ช่วยพ่อทำเรือนกล้วยไม้ที่พี่สาวเราขยันหามาด้วย สนุกดี มีหลานๆมาช่วยกันด้วย

อากาศที่บ้านตอนนี้ก็กำลังดี เย็นสบายเพราะมักมีฝนตกตอนเย็นเกือบทุกวัน ต้นไม้ที่บ้านเลยเขียวชอุ่มไปทั้งสวนเลย เราชอบมากๆ แต่ละวันเลยผ่านไปรวดเร็วมากเลย ไม่ทันไรก็ต้องมาศาลายาอีกแล้วเฮ้อ..


No comments: